ทำไมเด็กต้อง...เล่น? เล่นเเล้วได้อะไร?
.
จากข้อมูลเผยว่า “การเล่น” ช่วยพัฒนา"ทักษะชีวิต"และ"ทักษะทางอารมณ์และสังคม" ซึ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคต
.
ทักษะชีวิต (Life skills) คืออะไร?
.
ทักษะชีวิต (Life Skills) คือความสามารถของบุคคลที่จัดการกับปัญหาต่างๆ รอบตัวในสภาพสังคมปัจจุบันและเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวเปลี่ยนแปลงในอนาคต (นิยามโดย สพฐ.) โดยการพัฒนาทักษะชีวิตนั้นจะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของเด็ก  ซึ่งทักษะชีวิต มี 4 ด้านหลักๆ ดังนี้
.
- การจัดการกับอารมณ์และความเครียด (Emotional Control)
- การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น (Positive Relationship)
- การเห็นคุณค่าตนเอง (Self -Esteem)
- การคิดวิเคราะห์ตัดสินใจและแก้ปัญหา (Analytical and Problem Solving skill)
.
ทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social-Emotional skills) คืออะไร?
.
ทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social-Emotional skills) คือทักษะที่คนคนหนึ่งจำเป็นต้องมีเพื่อที่จะอยู่รอดในสังคมปัจจุบันและอนาคตได้ รวมทั้งยังเป็นส่วนเติมเต็มจากทักษะทางวิชาการที่ได้รับจากการเรียนในห้องเรียนทั่วไปอีกด้วย  ยกตัวอย่างเช่น
.
- การรู้จักตนเองและผู้อื่น (Self-Awareness)
คือ ความสามารถในการตระหนักถึงความรู้สึก ความรับผิดชอบและข้อดีของตัวเองและผู้อื่น
- การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ (Decision-Making)
คือ การเข้าใจสถานการณ์ ตั้งเป้าหมาย วางแผนและ สามารถลงมือตัดสินใจทำสิ่งนั้นๆได้อย่างถูกต้อง
- การเข้าใจความรู้สึกผู้อื่น (Empathy)
คือ การเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น เข้าใจความแตกต่างของกันและกัน
- การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Communication)
คือ การพูด สื่อสาร แลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษามิตรภาพความสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกด้วย
.
ปล.การเล่นก็ทำให้เกิด "Growth Mindset" ได้นะ
.
เห็นแบบนี้แล้ว พ่อแม่ควรจะพาลูกออกไปเล่นและพบเจอกับเพื่อนวัยเดียวกันให้มากขึ้น เพราะการเล่นทำให้ลูกพัฒนามีทักษะชีวิตและทักษะทางอารมณ์และสังคม ที่บางทีการเรียนในตำราไม่สามารถให้ได้
.
.
.

4 สิ่งที่พ่อเเม่ทำให้ลูกๆเรียนรู้ผ่านการเล่นได้
.
1. พ่อแม่ควรรู้ว่าพื้นฐานของลูกแต่ละคนเป็นแบบไหน
ก่อนที่จะเริ่มพาลูกออกไปเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ พ่อแม่ควรรู้และเข้าใจก่อนว่าพื้นฐาน ลักษณะนิสัยของลูกเรานั้นเป็นอย่างไร เพราะเด็กเเต่ละคนนั้นเรียนรู้หรือตอบสนองต่อสิ่งต่างๆต่างกันไป ดังนั้นพ่อเเม่ควรที่จะคอยสังเกตลูกของตัวเองเพื่อให้เห็นว่าลูกเราชอบอะไร เก่งอะไร สนใจอะไร เพื่อที่จะสนับสนุนหรือพาลูกออกไปเล่น ทำในสิ่งที่ก่อประโยชน์สูงสุด
.
2. ตั้งกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นได้
เเน่นอนว่าในขณะที่ลูกๆกำลังสนุกและเรียนรู้ผ่านการเล่น พ่อเเม่ต้องอย่าลืมว่าการตั้งกฎระเบียบเป็นสิ่งที่จำเป็น เเต่ต้องมีความยืดหนุ่นตามสถานการณ์ เพราะการให้อิสระลูกในการพบเจออุปสรรค ปัญหา ทำให้ลูกๆเรียนรู้ที่จะเเก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือเรียนรู้ถึงความผิดพลาดต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเพิ่มทักษะชิวิตและทักษะทางอารมณ์และสังคมเป็นอย่างมาก
.
3. สร้างสภาวะของการเล่น ที่ไม่ขัดจังหวะการเรียนรู้
อย่างที่ทราบกันว่าการเล่นอย่างอิสระ (Free play) เป็นการเล่นที่เด็กได้มีโอกาสลองสิ่งใหม่ๆ ไม่ปิดกั้นตัวเอง และฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของพ่อเเม่จึงไม่ใช่ผู้สอนหรือผู้สั่ง เเต่มีหน้าที่สังเกตการณ์ คอยดูว่าลูกของเราเล่นเป็นอย่างไร มีอะไรควรเเนะนำ (ไม่ใช่สั่งให้ทำ) ถือว่าเป็นการสร้างพื้นที่พิเศษสำหรับเด็กๆ พื้นที่ที่ปลอดการสอนสั่ง
.
4. สร้างพื้นที่ที่เด็กได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด
จะไม่มีประโยชน์เลยใช่ไหมถ้าลูกๆมีความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการที่ล้ำเลิศ เเต่ไม่มีโอกาสเอาสิ่งเหล่านั้นไปคุยหรือแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ เพราะการแลกเปลี่ยนสามารถต่อยอดสู่ความคิด ไอเดียใหม่ๆ ที่ลูกของคุณอาจจะคิดไม่ถึง ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องอาศัยการเเลกเปลี่ยนความคิดซึ่งนำไปสู่การต่อยอดความคิดใหม่ๆไปเลื่อยๆ
.
.
.
อ้างอิง
https://thepotential.org/2019/06/25/phu-dad-interview/
http://lifeskills.obec.go.th/wp-content/uploads/2017/01/rtp-lifeskill-final.pdf

ความคิดเห็น